• www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

คดีทางเเพ่ง

การดำเนินคดีแพ่งเบื้องต้น

การเริ่มต้นคดีแพ่ง แบ่งได้ 2 กรณี คือ

          1. เริ่มต้นโดยการฟ้องคดี เป็นคดีมีข้อพิพาท เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง โต้แย้งสิทธิ คือ การกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทบกระเทือนหรือละเมิดต่อสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายของบุคคลอื่น สิทธินี้มิได้หมายถึงสิทธิในทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังหมายความรวมถึงสิทธิอื่นๆ ด้วย เช่น สิทธิในชีวิตร่างกาย สิทธิในครอบครัว หรือสิทธิในเกียรติยศ ชื่อเสียง

          2. เริ่มต้นโดยทำเป็นคำร้อง เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท เมื่อบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล การต้องใช้สิทธิทางศาล หมายถึง กรณีที่กฎหมายกำหนดให้การกระทำบางอย่างต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับการรับรองจากศาลก่อน เช่น การขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย การขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ การขอทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ การขอให้ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือสาบสูญ หรือการขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นต้น

                การเริ่มต้นคดีแพ่งไม่ว่าเป็นคดีมีข้อพิพาท หรือไม่มีข้อพิพาท ก็ตาม จะต้องเสนอคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเท่านั้น หากเสนอคดีต่อศาลที่ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี ศาลก็ไม่สามารถรับคดีนั้นไว้พิจารณาได้ ซึ่งทั้งนี้ในปัจจุบันได้มีคดีผู้บริโภคที่กฎหมายกำหนดให้มีขั้นตอนและวิธีพิจารณาคดีแยกต่างหาก ดังนั้น การดำเนินคดีผู้บริโภคจึงมีวิธีพิจารณาคดีที่แตกต่างไปจากคดีแพ่งทั่วๆไป

            คำฟ้อง เมื่อยื่นฟ้องแล้ว โจทก์ต้องส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของจำเลย เพื่อให้จำเลยให้การแก้คดี โดยโจทก์ต้องนำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นคำฟ้อง หากโจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง กฎหมายให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลก็จะจำหน่ายคดี แต่ถ้าโจทก์ได้นำหมายภายในกำหนดและเมื่อจำเลยได้รับคำฟ้องไว้โดยชอบแล้ว จะต้องยื่นคำให้การแก้คดีภายใน 15 วัน หรือกรณีที่เป็นการปิดหมายไว้โดยชอบ จำเลยจะต้องยื่นคำให้การภายใน 30 วันนับแต่วันปิดหมาย

                กรณีคดีแพ่งสามัญ ที่จำเลยไม่ให้การภายในกำหนด ก็จะใช้การพิจารณาโดยขาดนัด สำหรับกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น โจทก์ก็จะต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่ง ชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด และถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลอาจมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ ส่วนถ้าโจทก์ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีโดยขาดนัดไปตามมาตรา 198 ทวิ โดยเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ตั้งแต่มาตรา 198 ทวิ จนถึงมาตรา 199

 

ทั้งหมดนี้นั้นเป็นขั้นตอนเบื้องต้นของการดำเนินการฟ้องคดีแพ่ง ที่เรายินดีให้คำปรึกษากับคู่ความทุกคนซึ่งรายละเอียดอื่นๆหากท่านสงสัยสามารถติดต่อเราได้ตามเบอร์โทรหรือช่องทางที่เราแจ้งไว้ในเพจนี้ได้ตลอดเวลาทำการ